เกิดอะไรขึ้น ทำไมผมตื่นขึ้นมาในวันเวลาของอดีต 

 

"นี่มันปีอะไรนะ"  ผมพูดกับตัวเอง

 

ผมสั้นเกรียน ตอนนี้ผมรู้แค่ว่าผมกลับมาอยู่ในวัยที่ผมเรียนมัธยม ..

 

ใจหนึ่งก็หวาดกลัวกลับสิ่งที่เกิดขึ้น  อีกใจหนึ่งก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็น ในสิ่งที่เคยผ่านมาแล้ว

 

หลายๆคนอยากกลับไปในอดีต ช่วงเวลาอันแสนสุข  จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสอย่างผม 

 

เพียงแต่ผมกลับมาด้วยความรู้สึกที่โตแล้วในร่างที่อยู่ในวัยเรียนรู้โลก ...

 

ผมหยิบซาวส์อะเบาท์บนหัวนอนมาดูอย่างตื่นเต้น  มันคือเพื่อนคนแรกที่มาต้อนรับผมในการกลับมาอดีต

 

ซาวส์อะเบาท์เครื่องนี้ ตอนเด็กๆซึ่งก็คงหมายถึงตอนนี้ผมมักจะเปิดฟังเวลาก่อนนอน

 

สมัยนั้นCDยังไม่มี ผมจะต้องซื้อเทปมาฟัง ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคทองของแนวดนตรีที่เรียกว่า "อัลเทอเนทีฟ"

 

ผมกดปุ่ม Radio ลองฟังดู  ...

 

"เห้ย นี่มันคลื่น ไพเรทร็อคนี่หว่า" ผมดีใจสุดขีด เมื่อได้ฟังคลื่นที่ตัวเองคอยติดตามอยู่ทุกวัน

 

ผมชอบการเปิดเพลงแล้วมีดีเจรุ่นใหญ่ อย่าง ดีเจวินิจ เลิศรัตนชัย คอยอธิบายถึงที่มาของวงใหม่ๆในยุคนั้น

 

มีอยู่คืนหนึ่งจำได้ว่าผมได้ฟังสัมภาษณ์ วงพอส ซึ่งขณะนั้นยังไม่ดังเลยด้วยซ้ำ .

 

.แต่คนยุคนี้จะรู้ไหมว่าอีกไม่นานนักร้องเสียงดีจากวงนี้จะจากโลกนี้ไปอย่างน่าเศร้า

ทิ้งไว้แต่น้ำเสียงเหงาๆปลอบประโลมคนเศร้าและไม่เศร้าให้อยู่ต่อไป

 

พูด ถึงดีเจกับคลื่นวิทยุ ผมจะตามติดอยุ่ไม่กี่คลื่น 89.0 ไพเรทร็อค  91.5 hotwave ซึ่งเป็นยุคที่ป๋าเต๊ด ยุทธนา บุญอ้อมยังเป็นดีเจอยู่ที่นี่  

 

และ อีกคลื่นที่ทำให้ผมนอนไม่หลับมาเป็นประจำ คือ ถามมาสิจ๊ะโดน   ซึ่งเป็นคลื่นที่พูดเล่นมุขตลกใส่กัน บางวันก็มีเอ็ม สุรศักดิ์ วงไทย มาร่วมเป็นดีเจด้วย

 

... ผมกดปุ่มปิดวิทยุ แล้วกดปุ่มเอาเทปออกมาดู

 

มันเป็นเทปโมเดินด็อกอัลบัมแรก ใหม่เอี่ยม สงสัยเพิ่งจะซื้อมาหมาดๆ จำได้ว่าเพื่อนผมที่ชื่อว่า "เอนก" เป็นคนแนะนำให้ฟัง

 

"เอนก"เป็นเพื่อนสนิทผมมาตั้งแต่สมัยประถม หลังจากจบป.6  ช่วงมัธยมต้นผมกับเอนกก็แยกกันไปคนละโรงเรียนแต่ก็ยังไปมาหาสู่กัน

"เอนก" มักจะเป็นคนแนะนำเพลงใหม่ๆให้ผมเสมอ ตามประสาคนที่ตามติดความทันสมัย  ผมยังจำได้ว่ามันเป็นคนแรกและอาจะเป็นคนเดียวที่เก็บตังค์ซื้อรองเท้าไปเล่น ไอซ์สเก็ต ที่เดอะมอลล์ท่าพระตั้งแต่เรียนประถม ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆส่ายหน้ากันหมด นี่ยังไม่รวมโรเลอร์เบลด  ฯลฯ ที่มันมักจะมีก่อนเสมอ   "เอนก"เป็นคนที่จริงจัง จริงใจ คนหนึ่ง ครั้งหนึ่งมันเคยโทรเข้าไปในรายการวิทยุเพื่อแร๊พแบบโจอี้บอย  เคยไปรับจ้างตบมือในสตูดิโอ  "เอนก" เคยเล่าให้ผมฟังว่ามันเคยรับจ้างไปในนั่งในรายการ สเตจออนทรีของช่องสาม ซึ่งเป็นรายการดนตรี วันนั้นรายการได้เอาวง สมิธแอนด์เชน มาเป็นวงรับเชิญ  แต่ด้วยแนวเพลงอาร์แอนด์บีอันเนิบช้า ทำให้ภาพรวมรายการนั้นดูน่าเบื่อเหมือนคนจะหลับ โปรดิวซ์เซอร์รายการเลยสะกิดให้"เอนก" ลุกขึ้นมาเต้น!ท่ามกลางคนอื่นๆที่นั่งจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่

 

"สักวัน เธออาจจะเข้าใจ  เธออาจจะได้รู้  แล้วเธอจะเข้าใจ"   สมิธแอนเชนร้องเอื้อนลูกคอหลายชั้น

ภาพตัดกลับมาที่คนดู

เอนกกำลังเต้นอย่างสนุกสนาน คนเดียว!

เป็นภาพขัดกันที่ดูน่ารักมาก

 

เรื่องนี้จะไม่เป็นเรื่องเลยถ้าบังเอิญไม่มีคนในโรงเรียนเห็นเอนกกำลังเต้นเพลงสมิธแอนเชนในทีวี ชัดเจน! เด่น! มาแต่ไกล

 

เป็นอีกเรื่องที่ผมจะคิดได้เวลานึกถึงคนที่ชื่อเอนกผมถือว่าเป็นเพื่อนสนิทที่ผมคบหาได้ยาวนานที่สุดแล้ว 

 

...ผมใส่เทปโมเดินด็อกกลับเข้าไปใหม่อีกครั้งแล้วเปิดฟัง

 

"ออกจากกะลา ให้รู้ว่ามันมีมากกว่า"  เสียงป๊อดโมเดินด็อกปลุกผมให้ตื่นจากเดิม

 

คงถึงเวลาที่ต้องท่องอดีตซะแล้ว

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

ตีห้าครึ่ง ...เสียงนาฬิกาปลุก...

 

 

..เสียงใครอ่ะ..

 

... ...

 

...

 

เพลงคุ้นๆจังเลย  อ๋อ..ของบอนโจวี่ ..ไม่ได้ฟังนานแล้วนะ  นานมากแล้ว -

...ผมคิดทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ แต่หูยังได้ยินเสียงลอยมาเบาๆราวกับว่ามันถูกเปิดทิ้งไว้ที่ปลายเท้า

 

ผมรู้สึกเคยชินกับความรู้สึกแบบนี้ แต่มันก็ผ่านมานานมากแล้ว น่าจะสิบปี หรือ ยี่สิบปี ...

 

ผมยังหลับตา สติครึ่งหนึ่งยังอยุ่ในภวังค์ อีกครึ่งเหมือนอยู่ในจินตนาการบรรยากาศเก่าๆ ในห้องนอนห้องเดิม ในบ้านหลังเดิม 

 

..เสียงพัดลมเพดาน  ที่นอนนุ่นอันคับแคบ หมอนใบเล็ก   ...เสียงลมพัดหน้าต่างไม้  ..เสียงสวดตอนเช้าของชาวมุสลิมแถวบ้าน

 

..มันกังวานเหลือเกิน 

 

ความ รู้สึกนี้ทำให้ผมนึกถึงตอนที่ผมยังอยู่ในช่วงมัธยมต้นหรือไม่ก็ตอนประถม  ทุกเช้าตอนตีห้า ผมจะถุกปลุกไปพร้อมๆกับเสียงนาฬิกาปลุกของพี่ชายซึ่งนอนอยู่ห้องเดียวกัน

 

พี่ ชายผมจะตื่นขึ้นมาอาบน้ำเตรียมไปเรียนก่อนเป็นคนแรก ในห้องนอนเราจะมีเครื่องเสียงเล็กๆอยู่เครื่องหนึ่ง ซึ่งหลังจากพี่ชายอาบน้ำเสร็จเขาจะมาเปิดเพลงฝรั่งซึ่งเป็นเพลงร็อค อย่าง บอนโจวี่ แอร์โร่สมิธ  สกอร์เปียน  และอีกหลายวงหลายเพลงซึ่งผมไม่รู้จักและร้องไม่เป็น แต่กลับคุ้นชินกับเพลงเหล่านั้นได้ดี  พี่ชายผมจะเปิดคลอไประหว่างที่เขาแต่งตัว  ซึ่งทำให้ผมและพี่สาว ก็รู้สึกตัวและต้องตื่นเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำตามลำดับ หากวันไหนใครตื่นสาย คนถัดมาก็จะสายไปด้วย แล้วต่างคนต่างไปเรียนแต่เช้า...

 

แต่นั่นก็หลายปีแล้วนะ ..

 

ผมเริ่มรู้สึกตัวมากขึ้น แต่ดูเหมือนจินตนาการในความรุ้สึกถึงอดีตมันชัดขึ้นกว่าเดิม

 

ปัง!...เสียงปิดประตูจากห้องนอนห้องเก่าดังขึ้น พร้อมกับความเงียบ....

 

ตะกี้หูฝาดไปรึป่าววะ ..ผมนึกในใจ

 

เพราะ ทุกวันนี้หลังจากที่พี่ๆแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ผมนอนคนเดียวอยู่ในห้องนอนใหม่ที่เป็นประตูแบบเลื่อน ส่วนห้องนอนเดิมนั้น คืนพ่อกับแม่ไปแล้ว

 

สงสัยป๊าเข้าห้องน้ำ ... ผมคิดทั้งๆที่ยังหลับตา

 

 

ผมเริ่มรู้สึกเหมือนจะหลับลึกอีกรอบ แต่อยู่ดีๆเสียงประตูบานเดิมก็ดังอีกครั้ง

 

...ประตู   ...ผมเริ่มมึนงงกับเหตุการณ์  ไม่รุ้ว่าตัวเองอยุ่ในความฝันหรือความจริง

 

จนกระทั่ง

 

หนุ่มไปอาบน้ำได้แล้วห้องน้ำว่างแล้ว - เสียงพี่สาวผมเรียกให้ตื่น

 

ฝันแน่ๆ  - ผมคิดสรุปทันที เพราะตอนนี้นอกจากผมจะนอนคนเดียวในห้องนอนห้องใหม่แล้ว พี่สาวผมก็อยู่ที่อเมริกาด้วย

 

ปัง  ...เสียงประตูอีกแล้ว คราวนี้ห้องนอนเงียบสนิท   ผมได้ยินแต่เสียงพัดลมติดเพดาน   เสียงลมที่พัดบานหน้าต่าง

 

ห้องนอนใหม่ไม่มีพัดลมติดเพดาน  ห้องนอนไม่ได้ติดหน้าต่าง ...

 

..ผมยังไม่กล้าลืมตา และคิดว่าเมื่อคืนก่อนนอนผมทำอะไร 

จำ ได้ว่า ผมกำลังเล่นอินเตอร์เน็ตเปิดเว็บ youtube แล้วไปเจอคลิปโฆษณาเก่าๆ สมัยยังเด็ก  ผมนั่งดูไปเรื่อยๆ เจอทั้งละครที่เคยดูตอนเด็กด้วย เช่นเรื่อง น้ำใสใจจริง  ผมดูคลิปบันทึกรายการโลกดนตรี   ยังคิดเลยว่า ใครกันบอกว่าโลกนี้ไม่มีไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปอดีต  youtube นี่ไงช่วยได้ตั้งเยอะ มาทั้งภาพทั้งเสียง แม้มันจะไม่เห็นภาพอะไรที่เกี่ยวกับตัวเอง แต่หลายอย่างในนี้ก็พาเรากับไปรู้สึกถึงช่วงวันเวลาเก่าๆ .. แล้วผมก็หลับไปไม่รุ้ตัว

 

แต่ตอนนี้้ผมอยู่ที่ไหน  หรือว่าผมกำลังฝัน ..

 

ผมไม่กล้าแม้แต่จะลืมตา ... แต่ก็อาศัยมือสำรวจสิ่งรอบกาย ...

 

ไม่ใช่ละ! นี่ไม่ใช่ที่นอนเรา    ไม่สิ    มันคือที่นอนเรา ที่ที่เรานอนมือสิบกว่าปีที่แล้ว

 

สุดท้ายผมเริ่มเอามือไปจับผมตัวเอง และถึงกับตกใจลืมตาทันที

 

...ไม่นะ      มัน..เกรียน!!! 

 

 

 

 

 

ติดตามตอนต่อไป

รถไฟใต้ดิน

posted on 03 Sep 2010 01:04 by teeeee  in TEEE-book

ผมนั่งมองห่วงตรงราวมือจับที่กำลังแกว่งไปแกว่งมาแบบฝืนๆแรงเหวี่ยงในรถไฟใต้ดิน

 เก้าอี้สีเหลือง  กระจกสะท้อนเงาตัวเอง  และเพื่อนร่วมทางที่หน้าตาเลิ่กลั่กพอๆกับผม

 ไส้เดือนรถด่วนทะลวงดินวิ่งไปวิ่งมาจนใต้เมืองของกรุงเทพ ไม่ต่างจากรังมดในยามเช้าของทุกวันทำงาน

 สาย ตามองเหลือบไปมองเห็นสาว(ตัว)ใหญ่ ณ ที่นั่งตัวแรกริมสุดของแถว พลันจากนั้นสายตาก็มองเหนือขึ้นไปมีสติ๊กเกอร์แปะไว้ว่า "ที่ตั้งถังดับเพลิง"

 เป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ ที่ผมเห็นถังดับเพลิงตรงนั้นเปลี่ยนรูปทรงไปแล้วหลายดีไซน์

 บ้างล่ำบึก  บ้างเป็นเด็กน้อยหลับพิงกระจกน้ำลายยืด  บ้างเป็นนักศึกษา บ้างเป็นนักธุรกิจ ฯลฯ

 

ผมมองดูผู้คน  

 

ผู้คนที่มีโลกส่วนตัว บนรถด่วนไส้เดือน

 

ใน บางที เราจะอาจจะคิดว่าคนนั่งตรงกันข้ามกับเรานั้น กำลังยิ้มให้กับเราอยู่ แต่แท้จริงเค้ายิ้มให้กับตัวเองในกระจกสะท้อนที่อยู่ข้างหลังเรา

 บางครั้งเราก็เผลอยิ้มตอบ แต่ถ้าผิดพลาดเราก็จะเปลี่ยนสายตาไปยิ้มให้กับตัวเองในกระจกของคนที่ยิ้มให้ตัวเองเช่นกัน

 คนเราก็ทำอะไรๆตลกๆแบบนี้ได้เสมอ

 ดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ซับซ้อน ดูเหมือนจะซับซ้อนแต่ก็แสนง่าย

 มันคงเป็นเสน่ห์แบบหนึ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตแบบเราๆก็ได้

 

...ที่สถานี

 ที่นี่ดูเหงามาก  คุณอาจจะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังอยู่ในฉากหนังรักโรแมนติกเรื่องหนึ่ง

 แม้ผู้คนจะมากมายหรือน้อยนิดที่สถานีนั้น ด้วยบรรยากาศหรืออะไรก็ตามแต่

 คุณจะรู้สึกราวกับว่า มีกล้องที่ถ่ายด้วยเลนส์ 85 หรือ 135  กำลังโฟกัสให้คุณอยู่ในบรรยากาศอันฟุ้งฝัน ทุกอย่างเบลอหมด ยกเว้นคุณ

 และ คุณจะรู้สึกว่าเวลานั้นเนิบช้า ทุกย่างก้าวที่คุณเดิน ผู้คนที่ขวักไขว่รายล้อมตัวคุณที่เกือบจะหยุดนิ่ง  ทำให้คุณไม่ต่างจากตัวเอกในฉากสำคัญ

 ซีนต่อไปคุณอาจจะเจอนางเอกที่นี่  เขาอาจจะกำลังเดินสวนมาในอีกไม่นาน หรือเขากำลังตามหลัง หรืออยู่ข้างหน้าเราไม่ไกลนัก

 เมื่อ คุณย่างก้าวอยู่ที่บันไดเลื่อนที่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เส้นหนึ่งขึ้น เส้นหนึ่งลง   เสียงเพลงของสครับที่แว่วมาในหัวทำให้คุณต้องฮัมเบาๆอย่างไม่รู้ตัว

 

"เดินผ่าน  เจอคนไม่รู้จัก วนเวียนและเป็นอยู่  อย่างเคย  เหมือนเคย

  ลองมองผ่าน  ความทรงจำที่มีอยู่  คงมีเพียงฉันคนหนึ่ง อย่างเดิม  เหมือนเดิม

..วันเดือนปี เคยเป็นเเค่เพียงสายลมผ่าน  ใครคนนึงพาเวลาฉันให้รู้สึก  มีความหมาย ..."

 

แต่แล้วไม่นานคุณก็ผ่านจาก ณ ที่แห่งนั้นไป

 ฝันชั่วครู่ยามก็ถูกปลุกด้วยความจริงทุกวี่วัน  

 แน่ละ ใครบ้างฝันแล้วไม่ยอมตื่น   

 

ที่ตั้งถังดับเพลิง  เก้าอี้สีเหลือง   ห่วงจับแกว่งไปมา ..และบันไดเลื่อน

edit @ 3 Sep 2010 01:08:30 by TEEEE

ความรัก

posted on 10 Dec 2008 00:10 by teeeee  in TEEE-photo

 ความรักทำให้โลกน่าอยู่ ความรักทำให้โลกอบอุ่น ความรักทำให้โลกสงบสุข

 

ณ วันที่พฤหัสบดีที่ ๑๖ ตุลาคม  พุทธศักราช ๒๕๕๑

"คุณไม่จำเป็นต้อง เลือก เพราะประเทศนี้ไม่ได้ขาดแคลนการ "เลือก"   แต่ประเทศนี้ขาดแคลนปัญญาและจริยธรรมขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นสิ่งที่คุณควรย้อนทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น"

edit @ 16 Oct 2008 19:38:40 by TEEEE

ผีเสื้อ

posted on 30 Jun 2008 23:31 by teeeee  in TEEE-photo

 

 

ผี+เสื้อ=ผีเสื้อ

เขียนบำบัด

posted on 30 Jun 2008 23:04 by teeeee  in TEEE-book

เขียนบำบัด 05/06/51 02:47

ฉันจับดินสอและสมุด พร้อมที่จะเขียนและจะหลับ จึงเขียนด้วยตาข้างเดียว

ไม่สมบูรณ์ทางการมอง ไม่สมบูรณ์ทางสติ

ฉันจะเรียกวิธีนี้ว่าการเขียนบำบัด

ฉันกำลังพยายามทำจิตใจให้อยู่กับปลายดินสอ

และฟังเสียงมันลากไปกับผิวของกระดาษ

จนเกิดเป็นทำนองอันเสนาะ

ที่เต็๋มไปด้วยธรรมชาติของ เศษไม้ที่ถูกอัดรวมกัน

มันเสียดสีและส่งเสียงให้ฉันต้องเคลิบเคลิ้ม

ฉันปล่อยให้สมอง ความรู้สึกนึกคิดหลุดลอยไปกับปลายดินสอ

ฉันชอบที่จะจ้องดูมัน ฟังเสียงของมัน

ฉันเห็นล่องรอย ตัวหนังสือที่เกิดขึ้นจากฝีมือของฉันเอง

วันหนึ่งฉันจะกลับมาอ่านมันอย่างไม่รู้เรื่อง

และอาจจะวางมันลงบนโต๊ะ ที่ใดที่หนึ่งบนโลก

สมุดเล่มนี้อาจจะมีแต่เรื่องราวของค่ำคืนที่ป่วยไข้ของฉัน

ฉัันจึงต้องบำบัดด้วยการลากดินสอออกไปพร้อมความคิดและจินตนาการ

อันเกิดและสร้างความสงบให้กับฉัน

ฉันเฝ้ามองปลายดินสอที่หดสั้นลงแต่ส่งเสียงดังกว่าเดิม

มันไม่เคยจะดังได้เกินกว่านั้น

เสียงของดินสอไม่ได้เกิดจากการที่ดินสอมันทำได้ด้วยตัวมันเอง

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคนเราจึงต้องหางานทำ

.... 

"คุณอาจจะมีคำถามรายล้อมนับพันถึงสิ่งที่ทำให้คุณเป็น คุณอยู่ ในสภาวะที่ไม่อยากจะเต็มใจที่จะอยู่ในภาวะแบบนั้น 

แต่อาจจะมีคำตอบเดียวที่จะฉุดรั้งคุณขึ้นมาได้

........................" ไม่  ไม่ กูจะไม่หยุดแค่นี้..."  "

ห้องที่มีหน้าต่างแต่มองไม่เห็นท้องฟ้า 00.08 น. 27/02/2551

ผมมีห้องที่มีหน้าต่างบานเลื่อน

มันเปิดออกไปได้กว้าง

แต่ไม่สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้

ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าเสียงฝนตกยามค่ำคืนเป็นยังไง

ทุกคืนผมนอนอยู่ในกล่องใบเล็กที่วางอยู่ในกล่องใบใหญ่อีกที

ข้างในห้องเงียบมาก

มันเพรียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบาย

ทั้งแอร์ ทีวี เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ หนังสือ ดินสอ หมอน และผ้าห่ม

แต่ผมก็ดูทีวีน้อยมาก เครื่องเสียงก็เช่นกัน

ผมมีหนังสืออยู่ข้างหมอนที่ผมนอน

ซึ่งเป็นหนังสือที่ผมชอบทั้งนั้น

แต่ผมก็ยังอ่านมันไม่จบซักเล่ม

แต่หนังสือเหล่านี้ก็ทำให้ผมหลับสบายบ่อยครั้ง

 

ผมไม่ค่อยถูกกับหมอนนัก หาที่ถูกใจได้ยาก

เปลี่ยนมากี่ใบต่อกี่ใบ

มันก็ยังทำให้ผมปวดคอเสมอ

บางใบทำให้ปวดด้านซ้าย

บางใบทำให้ปวดด้านขวา

บางทีลามไปถึงหลังเลยก็มี

 

ก่อนนอนผมชอบที่จะนอนแผ่

แผ่...แบบไร้พันธะใดๆ

ไม่ต้องมีหมอนหนุน ไม่ต้องมีหมอนกอด

มีเพียงร่างกายที่จะจมลงสู่ความสงบ

ผมหลับตานอนกางแขน ขา ออกเล็กน้อย

ฟังเสียงตัวเอง และจินตนาการถึงหัวใจที่กำลังสูบฉีดเลือด

หล่อเลี้ยงร่างกายที่กำลังแน่นิ่ง

มีเพียงลมหายใจเท่านั้นที่เคลื่อนไหว

วิธีนี้คงเป็นท่าฝึกโยคะท่าใดท่าหนึ่งที่ผมจำไม่ได้

ผมไม่รู้มันดีต่อร่างกายตรงไหน

แต่มันดีต่อจิตใจก่อนเข้านอน

 

ห้องที่มีีหน้าต่างแต่มองไม่เห็นท้องฟ้า

ทำให้ผมอยู่ใจกลางของบ้าน

ผมจึงถูกห่อหุ้มไว้อย่างมิดชิด และยากที่จะมีอะไรมารบกวน

แต่บางทีผมก็อยากเห็นแสงจันทร์

อยากได้กลิ่นฝน

ในยามที่ผมหลับอยู่เหมือนกัน

edit @ 4 Mar 2008 22:46:38 by TEEEE