"ม็อบครั้งนี้กูไม่เห็นด้วยนะ มันไม่เหมือนคราวที่แล้ว แต่กูก็ตอบไม่ได้ว่าจะต้องทำยังไง"

เพื่อนผมได้พูดออกมาหลังจากเราคุยงานและเรื่องจิปาถะทั่วไปจนวกกลับมาเข้าเรื่อง ของการบ้านการเมืองแน่นอนเป็นคำพูดที่ชวนให้ผมคิดและอยากอธิบายกลับไปแต่ก็เหมือนมีแรงมาเหนี่ยวมารั้งให้ผมเหนื่อย เกินไปที่เอ่ยปาก ผมเองเชียร์สุดใจและเห็นด้วยที่การชุมนุมครั้งนี้ได้เกิดขึ้นด้วยเหตุผลหลายประการ ผมเองเห็นควร ที่สุดเพราะคิดว่าถึงเวลาแล้วหรือเรียกได้ว่าสถานการณ์นั้นถูกบ่มจนได้ที่(เน่าได้ที่)ระบบการยกมือในรัฐสภาไม่มี ประโยชน์แม้จะมีการตรวจสอบได้จริงแต่ก็ไม่สามารถเอาผิดนักการเมืองที่เอาประโยชน์เข้าตัวจากการเลือกตั้งได้เพราะ สุดท้ายพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้เป็นอิสระที่จะเห็นผิดเป็นผิด เห็นถูกเป็นถูก ยังคงยึดเอาผลประโยชน์ของพรรคตัวเองที่ได้ จากการร่วมรัฐบาลเป็นที่ตั้งอยู่ดี

และยิ่งรับไม่ได้คือคณะรัฐมนตรีที่นอกจากจะมีคนตาเหล่แล้วยังนับว่าขี้เหล่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา บางคนบอกว่าทำไมไม่ปล่อย ให้ได้ทำงานไปก่อน เพราะเพิ่งผ่านเลือกตั้งมาแค่สี่เดือน หากลองคิดดีๆและมองลึกไปอีกสักหน่อยกลุ่มคนเบื้องหลังที่ชัก ใยรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดมาสี่เดือนแต่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ทุกอย่างมุ่งสนองคนและพวกพ้องกลุ่มตัวเอง หรือ มองในมุมกลับแบบใสซื่อ รัฐบาลชุดนี้แม้จะเกิดขึ้นมาเพียงสี่เดือน แต่ก็พาประเทศฉิบหายมาได้ขนาดนี้ด้วยการปลิ้นปล้อน เล่นแต่สำนวนโวหารโกหกกันแบบหน้าตาเฉยเช่นเรื่องพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารที่อยู่ดีๆก็แอบงุบงิบยกให้เขมรเพียงเพื่อแลก ผลประโยชน์ในเกาะกงและผลโยชน์มหาศาลที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ซับซ้อนในทะเลให้กับพวกพ้องตัวเอง สี่เดือนยังทำกันได้ขนาดนี้ นานกว่านี้จะทำขนาดไหน ประชาชนอย่างเราๆจะต้องทนดูปาหี่ในสภา ทนฟังรายการป้ายสียกตนข่มท่านพูดข้างเดียวไปกันอีกนานแค่ไหน

นี่คือสภาพความจริงที่คนส่วนใหญ่ก็รับรู้รวมถึงเพื่อนผมด้วย แต่พวกเขาเหล่านั้นกลับมองไม่เห็นถึงความสำคัญและผล กระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา ยังคงมองแบบตรรกะของคนที่เคยชินกับการดูละครว่า มีคนก่อ มีคนต้าน มีพระเอก มีผู้นำ มีคนที่ชื่นชอบ มีคนที่น่ารังเกียจ มีตัวละครในเรื่องนี้ต่างๆนานา และสุดท้ายก็มีตอนจบที่มีคนต้องได้รับบทเรียนและ ถูกลงโทษในที่สุด ไม่ได้คิดถึงในแง่สิทธิของตัวเอง ไม่ได้ใส่ใจความยุติธรรมในสังคมที่ถูกแทรกแซงจนแทบไม่เหลือ จิตสำนึกถูกสะกิดขึ้นเพียงเพื่อให้รับรู้แต่ไม่คิดที่จะแก้ไข ทำได้มากที่สุดคือวิพากษ์วิจารณ์ตามสังคมแห่งความเห็นที่ตัวเองเสพ มากกว่าจะเข้าใจความจริงที่เกิดขึ้นและหากจะพูดกันแบบละครที่ผู้คนเคยชินบทเรียนสุดท้ายที่เจ็บปวดที่อยู่ในละครที่ไม่มีวันจบ เรื่องนี้ก็ไม่ได้เกิดกับใครที่ไหนนั่นคือประชาชนอย่างเราๆที่ถูกปล้นไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวนี่เอง

จนกระทั่งถึง ณ เวลานี้ ผมไม่รู้ว่าเพื่อนผมและคนส่วนใหญ่ของประเทศมีความคิดเห็นยังไงไปบ้างแล้ว แต่ผมรู้แล้วว่า การจะหาเหตุผลและหลักฐานมาพิสูจน์ความไม่เหมาะสมและไม่ชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะลั่นระฆังปลุกผู้คนที่อยู่ในเมืองที่จิตสำนึกกำลังหลับลึก มันยากเสียเหลือเกิน


edit @ 1 Jul 2008 07:21:24 by TEEEE

ผีเสื้อ

posted on 30 Jun 2008 23:31 by teeeee  in TEEE-photo

 

 

ผี+เสื้อ=ผีเสื้อ

เขียนบำบัด

posted on 30 Jun 2008 23:04 by teeeee  in TEEE-book

เขียนบำบัด 05/06/51 02:47

ฉันจับดินสอและสมุด พร้อมที่จะเขียนและจะหลับ จึงเขียนด้วยตาข้างเดียว

ไม่สมบูรณ์ทางการมอง ไม่สมบูรณ์ทางสติ

ฉันจะเรียกวิธีนี้ว่าการเขียนบำบัด

ฉันกำลังพยายามทำจิตใจให้อยู่กับปลายดินสอ

และฟังเสียงมันลากไปกับผิวของกระดาษ

จนเกิดเป็นทำนองอันเสนาะ

ที่เต็๋มไปด้วยธรรมชาติของ เศษไม้ที่ถูกอัดรวมกัน

มันเสียดสีและส่งเสียงให้ฉันต้องเคลิบเคลิ้ม

ฉันปล่อยให้สมอง ความรู้สึกนึกคิดหลุดลอยไปกับปลายดินสอ

ฉันชอบที่จะจ้องดูมัน ฟังเสียงของมัน

ฉันเห็นล่องรอย ตัวหนังสือที่เกิดขึ้นจากฝีมือของฉันเอง

วันหนึ่งฉันจะกลับมาอ่านมันอย่างไม่รู้เรื่อง

และอาจจะวางมันลงบนโต๊ะ ที่ใดที่หนึ่งบนโลก

สมุดเล่มนี้อาจจะมีแต่เรื่องราวของค่ำคืนที่ป่วยไข้ของฉัน

ฉัันจึงต้องบำบัดด้วยการลากดินสอออกไปพร้อมความคิดและจินตนาการ

อันเกิดและสร้างความสงบให้กับฉัน

ฉันเฝ้ามองปลายดินสอที่หดสั้นลงแต่ส่งเสียงดังกว่าเดิม

มันไม่เคยจะดังได้เกินกว่านั้น

เสียงของดินสอไม่ได้เกิดจากการที่ดินสอมันทำได้ด้วยตัวมันเอง

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคนเราจึงต้องหางานทำ

.... 

"คุณอาจจะมีคำถามรายล้อมนับพันถึงสิ่งที่ทำให้คุณเป็น คุณอยู่ ในสภาวะที่ไม่อยากจะเต็มใจที่จะอยู่ในภาวะแบบนั้น 

แต่อาจจะมีคำตอบเดียวที่จะฉุดรั้งคุณขึ้นมาได้

........................" ไม่  ไม่ กูจะไม่หยุดแค่นี้..."  "

ใจ"ร้าย"

posted on 11 May 2008 00:19 by teeeee

รู้สึกถึงความวุ่นวายในใจ

ความขัดแย้ง

อยากนิ่ง ไม่รับรู้

หันหลังให้กับทุกเรื่องราว

แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร

เพราะปัญหานั้นไม่ได้เกิดจากที่อื่น

มันอยู่ที่ใจตัวเอง

ฉันกำลังถูกท้าทาย

จากปีศาจร้ายภายในใจ

ความแปรปรวนของฉัน

ทำให้คนอื่นต้องทุกข์ร้อน

ฉันจะหยุดมัน หยุดด้วยการเผชิญหน้า

ยอมรับมัน 

ยอมรับจนกว่า

ไม่ฝ่ายไหนก็ฝ่ายหนึ่ง

ต้องตายจากกันไปข้างนึง

 

ห้องที่มีหน้าต่างแต่มองไม่เห็นท้องฟ้า 00.08 น. 27/02/2551

ผมมีห้องที่มีหน้าต่างบานเลื่อน

มันเปิดออกไปได้กว้าง

แต่ไม่สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้

ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าเสียงฝนตกยามค่ำคืนเป็นยังไง

ทุกคืนผมนอนอยู่ในกล่องใบเล็กที่วางอยู่ในกล่องใบใหญ่อีกที

ข้างในห้องเงียบมาก

มันเพรียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบาย

ทั้งแอร์ ทีวี เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ หนังสือ ดินสอ หมอน และผ้าห่ม

แต่ผมก็ดูทีวีน้อยมาก เครื่องเสียงก็เช่นกัน

ผมมีหนังสืออยู่ข้างหมอนที่ผมนอน

ซึ่งเป็นหนังสือที่ผมชอบทั้งนั้น

แต่ผมก็ยังอ่านมันไม่จบซักเล่ม

แต่หนังสือเหล่านี้ก็ทำให้ผมหลับสบายบ่อยครั้ง

 

ผมไม่ค่อยถูกกับหมอนนัก หาที่ถูกใจได้ยาก

เปลี่ยนมากี่ใบต่อกี่ใบ

มันก็ยังทำให้ผมปวดคอเสมอ

บางใบทำให้ปวดด้านซ้าย

บางใบทำให้ปวดด้านขวา

บางทีลามไปถึงหลังเลยก็มี

 

ก่อนนอนผมชอบที่จะนอนแผ่

แผ่...แบบไร้พันธะใดๆ

ไม่ต้องมีหมอนหนุน ไม่ต้องมีหมอนกอด

มีเพียงร่างกายที่จะจมลงสู่ความสงบ

ผมหลับตานอนกางแขน ขา ออกเล็กน้อย

ฟังเสียงตัวเอง และจินตนาการถึงหัวใจที่กำลังสูบฉีดเลือด

หล่อเลี้ยงร่างกายที่กำลังแน่นิ่ง

มีเพียงลมหายใจเท่านั้นที่เคลื่อนไหว

วิธีนี้คงเป็นท่าฝึกโยคะท่าใดท่าหนึ่งที่ผมจำไม่ได้

ผมไม่รู้มันดีต่อร่างกายตรงไหน

แต่มันดีต่อจิตใจก่อนเข้านอน

 

ห้องที่มีีหน้าต่างแต่มองไม่เห็นท้องฟ้า

ทำให้ผมอยู่ใจกลางของบ้าน

ผมจึงถูกห่อหุ้มไว้อย่างมิดชิด และยากที่จะมีอะไรมารบกวน

แต่บางทีผมก็อยากเห็นแสงจันทร์

อยากได้กลิ่นฝน

ในยามที่ผมหลับอยู่เหมือนกัน

edit @ 4 Mar 2008 22:46:38 by TEEEE

ความเงียบ

posted on 27 Feb 2008 22:47 by teeeee  in TEEE-book

ความเงียบ 25/02/2551  01:08 น.

ความเงียบทำให้ได้ยินเสียงความต้องการของตัวเอง

เช่น ท้องร้อง เสียงของความอยากได้ อยากมี อยากทำ

ความคิดสารพัดส่งเสียงก้องกังวาน

ความเงียบจึงไม่ใช่ความสงบเสมอไป

ถ้าอยากสงบ ต้องบอกความคิดให้หยุดโหวกเหวก

ข่มความอยากให้อย่าส่งเสียงดัง

บอกความกังวลให้สงบ สติ อารมณ์บ้าง

ซึ่งต้องอาศัยความตั้งใจพอสมควร

ข้อดีของความเงียบคือ การซ่อนที่ดีที่สุด

คนส่วนใหญ่มักเปิดเผยตัวเองออกทางวาจา

ความคิดต่างๆจะถูกถ่ายทอดออกมาทางปากมากที่สุด

ความเงียบ ทำให้มีความยับยั้งชั่งใจ

แต่ข้อเสียของความเงียบคือ

การขาดความเข้าใจจากคนรอบข้าง

เพราะไม่มีใครสามารถตีความได้

ฉะนั้นจงเงียบเพื่อคิด

และพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ด้วยความรื่นเริง 

TEEE-say : Social Networking

posted on 24 Feb 2008 10:43 by teeeee  in TEEE-say

" ยิ่งทำให้เจอกันง่าย เห็นกันง่าย ก็ยิ่งทำให้คนสร้างภาพกันมากขึ้น ตอแหลกันมากขึ้น  เริ่มจากรูปถ่ายตอแหลก่อนเป็นอย่างแรก " 

เงา

posted on 21 Feb 2008 22:38 by teeeee  in TEEE-book

14/02/2551 23:51 น.

แต่ละคน ต่างก็มีเงาที่เดียวดาย

ณ เบื้องหลังที่แสงสว่าง ทอดไปไม่ถึง

ผู้คนยังคงเก็บเอาส่วนที่เงียบที่สุดของตนไว้

เก็บไว้ในซอกเล็กๆที่น้อยคนจะเข้าถึง

ความเข้าใจจึงเกิดขึ้นได้ เพียงลำพัง อย่างเหลียกเลี่ยงไม่ได้

ถือเป็นโอกาสอันดี ที่เจ้าของเงานั้น จะได้ทักทายกับตัวเองอีกครั้ง

ถามไถ่ถึงกาลเวลาที่เงาได้เดินตามติดมาตลอดชีวิต

ทบทวนถึงชีวิตที่ผ่านมากับเงา ที่สะท้อนความจริงอันน้อยครั้งจะมองเห็น

ก่อนที่แสงจากโลกภายนอกจะสาดส่อง

เป็นสัญญาณให้แต่ละคนกลับไปแสดงบทบาทในโลกความจริง

ช่วงเวลาอันน้อยนิด เราจึงต้องคิดให้ดีและถี่ถ้วน

ก่อนที่เงานั้นจะเลือน หายไปจากโลกใบนี้